สาเหตุที่ทำให้น้ำดีไปสะสมที่ผิวหนังจนเกิดอาการคันคืออะไร?
อาการคันที่เกิดจากการสะสมของน้ำดีที่ผิวหนังมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของตับ ซึ่งมีหน้าที่ผลิตน้ำดีเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร เมื่อเกิดความผิดปกติในตับ ระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับตับจะเสียสมดุล โดยเฉพาะระบบน้ำดีที่อาจเกิดการตกตะกอนในถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดี เมื่อท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน น้ำดีจะไม่สามารถไหลออกจากตับได้ตามปกติ ส่งผลให้น้ำดีย้อนกลับไปที่ตับ และเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้มีน้ำดีไหลไปทั่วร่างกาย รวมถึงไปสะสมที่ผิวหนัง เมื่อมีน้ำดีสะสมอยู่ที่ผิวหนังจะทำให้เกิดอาการคันตามร่างกาย โดยเฉพาะที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบริเวณที่สวมเสื้อผ้ารัดรูป อาการคันจากโรคตับมักจะไม่มีผื่นขึ้นที่ชัดเจน และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย ท้องอืด หรือท้องโต ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เนื่องจากอาการคันนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคตับที่รุนแรง เช่น ตับอักเสบหรือตับแข็งได้
เรียนรู้เพิ่มเติม